Yarnnakarn Art&Craft Studio

category

Yarnnakarn Art&Craft Studio

author

admin

“Make it all alive”

ครั้งแรกที่ได้เห็นงานของ ‘ยานณกาล’ เรารู้สึกถึงบรรยากาศอะไรบางอย่างที่ทำให้อยากมีโอกาสได้ไปนั่งคุยกับนักออกแบบผู้เริ่มสร้างสรรค์ชิ้นงานเหล่านั้น….
วันนี้เรายินดีมากที่ได้รับโอกาสนั้น และยิ่งได้นั่งคุยรับฟังความคิด และประสบการณ์ต่างๆของ ‘คุณกรินทร์’ และ ‘คุณนก’ แล้ว ก็ยิ่งรู้สึกว่าการได้เข้ามานั่งคุยกันครั้งนี้ให้ประโยชน์มากกว่าที่คิดไว้มากนัก เรานั่งคุยกันใน glass house ซึ่งเป็นส่วนโชว์รูมของสตูดิโอแห่งนี้ที่ตั้งอยู่ในบริเวณบ้านที่ดูรวมๆแล้ว ทุกสิ่งที่อยู่ในพื้นที่นี้ ทั้งต้นไม้ใหญ่ สวนหน้าบ้าน glass house สตูดิโอ สินค้าของยานณกาลที่ตั้งเรียงอยู่ ไปจนถึงคนทุกๆคนที่ทำงานอยู่ในนี้มีส่วนทำให้เรารู้สึกถึงบรรยากาศที่ร่มรื่น มีชีวิต และมีเรื่องราว ซึ่งจริงๆแล้วบรรยากาศแบบนี้ก็เป็นเสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของสินค้ายานณกาล คือการที่ไม่ว่าจะนำไปวางไว้ที่ไหนก็ตามก็จะทำให้จุดๆนั้นดู ‘มีชีวิต’ ขึ้นมา ด้วยอาจจะเป็นเพราะโทนสีที่ใช้ เทคนิกการปั้น หรือรูปแบบของงานแต่ละชิ้น
คุณกรินทร์เล่าให้ฟังว่า สิ่งที่ขายคือไม่ได้ขายแค่งาน craft แต่มันคือการขายความเป็นยานณกาล ของทุกชิ้นมีเรื่องราว ดูมีชีวิต และมีความละเอียด ซึ่งเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นหลังบ้านของสตูดิโอแห่งนี้ การทำงานขึ้นมาแต่ละชิ้นจะใช้วัสดุและเทคนิกการทำที่ต่างกัน ทำให้งานออกมามีความละเอียด และมีเอกลักษณ์ ให้อารมณ์ที่แตกต่างกัน เป็นเสน่ห์ของงาน craft ที่แท้จริง
เมื่อคุยย้อนไปถึงจุดแรกที่งานของยานณกาลได้ออกสู่ภายนอกในฐานะสินค้า ทั้งคู่ก็ชี้ไปที่แจกัน 5 ใบที่ตั้งอยู่บนชั้นวางใกล้ๆและบอกว่า นั่นคืองานเซ็ตแรกที่ออกวางขายที่งาน BIG+BIH นิทรรศการของตกแต่งงานใหญ่ของประเทศไทย ณ ตอนนั้น สิ่งที่เป็นจุดเปิดตัวความเป็นตัวตนของยานณกาลที่สุดคือ ‘สินค้าพัง’ สินค้าหลายชิ้นที่กำลังจะนำไปออกงาน เกิดมีการแตกหัก แต่เมื่อมานั่งมองจริงๆแล้ว คุณกรินทร์กลับชอบงานเหล่านั้น เพราะเป็นคนชอบการมี defect ของงาน craft อยู่แล้ว จึงคิดว่าจะต้องมีคนที่ชอบเหมือนๆกันอยู่แน่นอน เมื่องานผ่านพ้นไป และ
มี feedback มาทั้งทางบวกและทางลบ ยานณกาลจึงได้เริ่มเรียนรู้หลายๆสิ่งจากการเริ่มต้นครั้งนี้ โดยเฉพาะการ ‘เรียนรู้ที่จะเรียนรู้’ หรือ การเรียนรู้ในสิ่งที่ไม่เคยรู้และจำเป็นต้องใช้มัน
อย่างกรณีของคุณกรินทร์ซึ่งเป็นนักออกแบบ เป็นศิลปิน ก็ต้องเรียนรู้เรื่องการขาย การตลาด “ขาดอะไรต้องไปหามาเติม” คุณกรินทร์กล่าว นอกจากนี้ยังต้องเรียนรู้เรื่องความต้องการของตลาดด้วย เพราะการจะทำสินค้าออกมาให้ผู้อื่นใช้ได้นั้นจะต้องรู้ว่าผู้ใช้ต้องการสินค้าแบบไหน ที่จะมีคุณค่าต่อพวกเค้าจริงๆ “ก็ไม่ได้ติสท์ขนาดนั้น มีแผน 1 แผน 2 ไม่ใช่ว่าทำแต่สิ่งที่เราชอบ จะทำของที่รู้ว่าคนต้องการ แต่ทำในแบบที่เราชอบมากกว่า” คุณกรินทร์ทิ้งท้าย
ถึงจุดนี้เราคิดว่าการทำงานออกแบบหรืองานศิลปะนั้น นอกจากจะต้องมี ‘ความลึก’ ของความรู้และประสบการณ์ในตัวงานแล้ว ก็จะดีไม่น้อยหากจะเพิ่มเติม ‘ความกว้าง’ ของการมองสิ่งที่เป็นอยู่รอบข้าง เพราะจะทำให้เราเข้าใจคนที่กำลังจะเสพย์ในสิ่งที่เราจะสื่อออกไป เมื่อเราเข้าใจแล้วก็ไม่ยากที่เราจะสร้างสรรค์สิ่งที่มีคุณค่าในตัวเอง และยังมีคุณค่าต่อคนอื่นต่อไปอีกด้วย

Original brand: Yarnnakarn Art & Craft Studio

Leave a comment

%d bloggers like this: