gapN Studio

category

Stlying

author

admin

“Bear around Me”

“งานนิทรรศการ Bear around Me เนื่องในโอกาสที่น้องเฟย์ ปั้นหมี 5 ตัว และจะจบ ม.6 พอดี” คือชื่องานที่เรามาเยี่ยมเยียนเพื่อมาหา “น้องที่ปั้นหมีคนนั้น” หรือ “น้องเฟย์” ศิลปินเจ้าของนิทรรศการครั้งนี้ จริงๆแล้วงานก็ไม่ได้มีชื่อยาวขนาดที่พูดมา นั่นเป็นชื่อที่เฟย์แต่งขึ้นมาสนุกๆ แต่เราก็คิดว่ามันน่ารักและบ่งบอกถึงที่มาของงานในครั้งนี้ได้อย่างดี ซึ่งชื่องานจริงๆคือ “Bear around Me” จัดขึ้นที่ TK Park, Central World เมื่อเดือนธันวาคม 2016 ที่เรามางานนี้ก็เพราะ ก่อนหน้านี้เราได้ไปเจอกับ “แกงค์หมี” ที่ทำให้เราติดใจสุดๆที่งาน Chiang Mai Design Week 2016 วันนั้นเราได้พูดคุยกับน้องเฟย์นิดหน่อย และได้รู้ว่าจะมีจัดนิทรรศการของตัวเองที่กรุงเทพฯ แล้ววันนี้เราก็ได้มีโอกาสมานั่งคุยกันแบบเต็มๆ
“น้องเฟย์ กมลลักษณ์ นิ่มกิตติกุล” เป็นนักเรียนแบบ Home School มาตั้งแต่เด็ก จึงสามารถเลือกเรียนรู้ในสิ่งที่ชอบ ได้อย่างค่อนข้างอิสระ และให้เวลากับสิ่งนั้นได้อย่างเต็มที่ สิ่งที่เฟย์เลือกที่จะเรียนก็คือ “ศิลปะ” โดยลองเรียนรู้ และจับงานศิลปะหลายรูปแบบ ทั้งงานวาด งานปั้น งานถักทอ และอื่นๆ จนสุดท้ายได้ “งานปั้นดิน” มาเป็นงานเอกลักษณ์ของตัวเอง “เซรามิคมันใช้เวลา เป็นศิลปะทีเราปั้นตรงนี้แต่มันไม่ใช่ชิ้นงานสุดท้ายที่เราจะเห็น เราต้องเอาไปเผา แล้วก็ลุ้นว่าสีจะเป็นยังไง มันจะร้าวมั้ย รูปร่างมันจะบิดหรือเปล่า…” น้องเฟย์พูดถึงเหตุผลที่ชอบงานปั้น เพราะมีความตื่นเต้น ท้าทาย และได้ทดลองงานหลายๆแบบ นี่เป็นจุดเริ่มต้นของศิลปินอายุ 17 ปี ที่เจ้าตัวยังมีวิสัยทัศน์มองไปในอนาคตอีกยาวไกล เมื่อเราถามน้องเฟย์ถึงเรื่องการเข้าเรียนมหาวิทยาลัย เธอบอกกับเราว่า ตอนนี้เหมือนเรียนเร็วกว่าคนอื่นหนึ่งปี จึงอยากจะใช้เวลาที่มี ออกไปดูงานทั้งในต่างจังหวัดและต่างประเทศ และเรียนรู้ทักษะในส่วนที่เคยคิดว่าอยากเรียนแต่ไม่มีเวลาเรียน เพื่อจะได้นำความรู้ ประสบการณ์ และทักษะทั้งหมดไปใช้ต่อในอนาคต
ทั้งโอกาสทางความคิด การเรียนรู้ การทำงาน เฟย์บอกกับเราว่า คุณแม่เป็นคนสนับสนุนทุกๆอย่าง อย่างเช่นตอนที่เริ่มปั้นหมี คุณแม่ก็แนะนำให้ทำเป็น collection เหมือนกับว่าเป็นโปรเจคจบ ม.6 ไปเลย (จนกลายมาเป็นชื่อนิทรรศการแบบที่เฟย์คิดไว้) และก็ยังเป็นผู้ที่ช่วยในเรื่องของการสมัครโชว์ผลงานที่ Chiang Mai Design Week และการจัดนิทรรศการ Bear around Me อย่างเต็มที่อีกด้วย นอกจากนี้เฟย์ยังเชื่อว่าการได้เติบโตในจังหวัดเชียงใหม่ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ช่วยให้ความคิดและทักษะทางด้านศิลปะพัฒนาได้ดีด้วย เพราะเชียงใหม่เป็นที่ที่เปิดโอกาสและพร้อมในเรียนรู้เรื่องศิลปะหลากหลายแขนง รวมทั้งเรื่องวัสดุอุปกรณ์ อาจารย์ผู้สอน และการเดินทาง แต่เมื่อเรียนรู้ไปถึงระดับหนึ่งก็ควรจะต้องเดินทางออกไปจังหวัดอื่นๆหรือที่อื่นๆ เพื่อหาความรู้เพิ่มเติมใหม่ๆ และเห็นอะไรให้มากขึ้นด้วย คุยกันมาถึงช่วงท้ายๆ เรารู้สึกจริงๆว่า เราไม่ได้นั่งคุยกับเด็กอายุ 17 ในแบบที่เราเคยเจอ แต่เหมือนคุยอยู่กับผู้ใหญ่ที่อยู่ในวงการนี้มาได้ระดับนึงแล้ว ซึ่งสุดท้ายน้องเฟย์ก็ได้พูดถึงวงการงานดีไซน์และศิลปะเมืองไทยว่า “ความละเอียด ความใส่ใจของคนไทย เป็นสิ่งที่คนทั้งโลกต้องการ การพัฒนาให้ดีขึ้นเป็นสิ่งที่ไม่ยาก เหลือเพียงแค่ต้องสร้างสรรค์งานของตัวเอง และทำพยายามทำมันขึ้นมาให้สำเร็จเท่านั้น”
ใช่แล้ว… เราลืมบอกไปว่าตอนนี้น้องเฟย์มีสตูดิโอเล็กๆของตัวเองชื่อว่า “gapN studio” ที่ต่อจากนี้จะมีอัพเดทงานที่มากกว่า ‘ลุงหมี’ มาเรื่อยๆ ซึ่งเราคิดว่าน่าติดตามกันยาวๆ อย่างน่าสนใจว่าศิลปินคนนี้จะได้อะไรเพิ่มเติมมาจากที่ไหน และนำมาสร้างสรรค์งานอะไรมาให้พวกเราเสพย์กัน

Original brand: gapN studio

Leave a comment

%d bloggers like this: